• ทำไมต้องขัดเคลือบสีด้วยคาร์แลค68

    รถยนต์ทุกคันมีอายุการใช้งานของสีรถ ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานและการบำรุงรักษา ดังนั้นการเคลือบสีรถอย่างถูกวิธีด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการยืดอายุสีผิวรถ น้ำยาเคลือบสีคาร์แลค68 ประกอบด้วยสารซึ่งทำหน้าที่ต่างกัน 4 ประการ ดังนี้

    1. สารปกป้องสีรถยนต์ (Conserving Agents)
    2. สารที่ทำให้สีรถดูเป็นประกายสดใส และดูใหม่เสมอ (Shining Agents)
    3. สารทำความสะอาดผิวสี (Cleaning Agents)
    4. สารป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต ที่เกิดจากแสงแดด (Ultraviolet UV Protective Agents)

      สารประกอบสำคัญ ซึ่งประกอบไปด้วยสารโพลีเอทธีลีน (Polythyiene-Concentrate) สารอะครีลิต (Acrylic Concentrate) สารป้องปันรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต (UV Protective Filter) ชนิดเข้มข้น และสารทำความสะอาดผิวสี (Cleaning Agents) ทำให้น้ำยาเคลือบสีคาร์แลค68 สามารถทำความสะอดาผิวสี โดยไม่ทำลายหรือขัดผิวสีให้บางลงและสามารถขจัดคราบไคลที่ฝังแน่น, ยางไม้, ยางมะตอย, มูลนก, คราบน้ำมัน ตลอดจนคราบสกปรกต่างๆ ที่เกาะอยู่ตามผิวสีรถ, กระจกและโครเมี่ยม และขณะที่เคลือบสีรถนั้น สารต่างๆ ในคาร์แลค68 จะแปรสภาพเป็นฟิล์มแข็งและใส เคลือบทับบนผิวสีรถทำให้ผิวสีรถมีความเงางามสม่ำเสมอตลอดทั่วทั้งคันและทำให้ผิวสีแข็งแกร่ง, สีรถจะไม่กรอบแตก ป้องกันรอยขีดข่วน ทนต่อภาวะต่างๆ ได้ดี


  • การเปรียบเทียบคุณสมบัติของน้ำยาเคลือบสีตามกลุ่มองเคมีภัณฑ์

    การที่จะทราบถึงความต้องการแตกต่างในผลิตภัณฑ์ คาร์แลค68 ทางท่านผู้อ่านจำเป็นต้องศึกษาอย่างจริงจังเพื่อจะทราบว่าเคมีภัณฑ์ที่นำมาเคลือบบนผิวสีรถยนต์นั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งในปัจจุบันน้ำยาเคลือสีรถยนต์สามารถแบ่งได้ตามต้นกำเนิดของเคมีภัณฑ์ เช่นตระกูล Wax Silicone Polymer Resin หรือ Teflon ซึ่งสิ่งเหล่านี้แต่ละท่านจะต้องเข้าใจและสามารถถ่ายทอดให้เห็นถึงจุดแตกต่าง เพื่อตกย้ำจุดเด่นในผิลิตภัณฑ์ของ คาร์แลค68 ทางผู้เขียนอยากให้ท่านคิดตามและนำไปทดลองกับตัวท่านเองเพื่อท่านจะทราบว่าแตกต่างกันจริง

    ในศตวรรษที่ 19 ได้มีนักวิจัยเกิดขึ้นจำนวนมากได้พยายามคิดค้น เคมีภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันผิวสีรถยนต์ที่ดีที่สุดจนในที่สุดทีมคณะวิจัยของ CAR-LACK CHEMIE KONSTANZ ได้ค้นพบสูตรทางเคมีที่รวบรวมความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของสารเคมีต่างๆ รวมไว้ด้วยกันจนกลายเป็น น้ำยาเคลือบสีรถยนต์ CAR-LACK68 ขึ้น โดยมีส่วนผสมของสารเคมีหลักๆ คือ

    1. สารโพลีเอทธีลีน Polythyiene-Concentrate
    2. สารอะครีลิต Acrylic
    3. สารป้องปันรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต UV Protective
    4. สารทำความสะอาดผิวสี Cleaning Agents

      ซึ่งสารเคมีหลักๆ คือ Polyethylene และ Acrylic จะมีส่วนช่วยสร้างความแข็งแรง และความคงทนให้กับแผ่นฟิลม์ โดยแฝงไปด้วยความเงางาม สารโลีเอทธีลีนเป็นสารที่สกัดได้จากส่วนที่เป็น PE หรือ พลาสติก แต่ Polythylene จะมีความเด่นตรงที่เป็นสารเคลือบแข็ง ที่ทนต่อความร้อนสูงมากๆ สังเกตได้จากถุงร้อน ที่นำมาใส่ก๋วยเตี๋ยว หรือน้ำแกงร้อนๆ กว่า 100 องศาเซลเซียส ลองคิดดูสิว่าชั้นผิว หรือ Layer ของถุงนั้นมีความหนาเท่าใด กี่มิลลิเซน บางทีอาจเรียกว่าบางกว่าที่เราจะไปวัดได้ แต่เพราะเหตุใดผิวที่บางขนาดนั้นจึงสามารถทนต่ออุณหภูมิที่ถูกเทผ่านน้ำลงไป และทำให้ถุงไม่ขาด ทั้งๆ ที่ถ้านำน้ำร้อนไปเทใส่วัสดุอื่นเช่น กระดาษ หนัง ก็คงเปื่อยทะลุเป็นแน่ นั่นคือความโดดเด่นของสารเคมีประเภท Polyethylene ที่มีความแข็งแกร่ง และมีความคงทนต่ออุณหภูมิที่สูงถึง 320 องศาฟาเรนไฮท์ หรือ 160 องศาเซลเซียส สูงกว่าจุดเดือด ส่วน Acrylic เป็นสารเคมีที่ให้ความเงางามสูง ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินคนพูดว่า รถคันนี้พ่นสีคะคริลคิล สีเมทเทลลิค เป็นต้น ซึ่งคุณสมบัติหลักของ อะคริลลิค คือความใส ความเงางามสูง ซึ่งสารเคมีนี้เองถูกหลอมรวมอยู่ในน้ำยาเคลือบสีรถยนต์ คาร์แลค68

  • ล้างรถอย่างไรจึงจะถูกวิธี และไม่ทำให้เกิดริ้วรอยบนสีรถ

    1. ไม่ควรล้างรถกลางแดด เพราะจะทำให้น้ำแห้งเร็ว เช็ดไม่ทัน ทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวสีรถ
    2. ไม่ควรใช้ฟองน้ำล้างรถ เพราะเม็ดทรายจะติดอยู่ในรูพรุนของฟองน้ำ เมือถูไปกับผิวสีรถ จะทำให้เกิดเป็นรอยขีดข่วน ควรใช้ผ้านุ่มๆ เช็ดล้างรถแทน
    3. ควรใช้แชมพูสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ เพื่อที่จะได้ไม่ทำลายสีรถ และล้างออกง่าย หลีกเลี่ยงการใช้แชมถู้างรถที่มีส่วนผสมของขี้ผึ้ง (WAX) เพราะอาจจะทำให้สีรถเหนียวเหนอะ ฝุ่นเกาะง่ายหรือเกิดฝ้าขึ้นได้เมื่อจอดรถตากแดด ที่สำคัญอย่าใช้ผงซักฟอกหรือแชมพูสระผมล้างรถ เพราะจะทำให้เกิดคราบตกค้าง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อผิวสีรถ
    4. เมื่อล้างรถเสร็จแล้ว ควรใช้ผ้าแห้งนุ่มๆ เช็ดรถให้แห้งทันที จะได้ไม่เกิดคราบน้ำบนผิวสีรถและไม่มีฝุ่นเกาะขณะเช็ดแห้ง
    5. ไม่ควรใช้ไม้ขนไก่ หรือแปรงปัดฝุ่นทุกชนิด ปัดฝุ่นเพื่อทำความสะอาดรถ เพราะขณะที่ปัดฝุ่นไม้ปัดฝุ่นเหล่านั้นจะลากถูขี้ฝุ่น เม็ดทรายไปตามสีรถทำให้เกิดริ้วรอย วิธีทำความสะอาดที่ดีที่สุดคือการฉีดน้ำล้างรถ
    6. ขณะล้างรถ ควรเปลี่ยนน้ำในถังบ่อยๆ เพราะสิ่งสกปรก และเม็ดทรายจะปนเปี้อนอยู่มากทำให้สีรถเป็นริ้วรอยได้

  • ขั้นตอนในการล้างรถที่ถูกต้องและรวดเร็ว

    1. ฉีดน้ำแรงๆ ให้ทั่วคัน 1-2 รอบ
    2. ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำผสมแชมพูล้างรถ เช็ดทำความสะอาด โดยขณะที่เช็ดให้ฉีดน้ำเบาๆ
    3. ฉีดน้ำให้ทั่วรถอีก 1 รอบ เพื่อล้างคราบแชมพู แล้วรีบใช้ผ้านุ่มเช็ดรถให้แห้ง โดยพยายามเช็ดรถไปในทิศทางเดียว อย่าเช็ดวนเป็นก้นหอย
ทำไมต้องขัดเคลือบสีด้วยคาร์แลค68
การเปรียบเทียบคุณสมบัติของน้ำยาเคลือบสีตามกลุ่มองเคมีภัณฑ์
ล้างรถอย่างไรจึงจะถูกวิธี และไม่ทำให้เกิดริ้วรอยบนสีรถ
ขั้นตอนในการล้างรถที่ถูกต้องและรวดเร็ว
Promotion
 
 
ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ผสมผสานการบริการที่ดีเยี่ยม คือ มาตรฐานคาร์แลค68


view my stat
Copyright © 2007-2008 CAR-LACK68.com site by WMS
contacts map promotion home